สวัสดี Yut,
อาการนี้มักไม่ได้แปลว่า “PXE พัง” อย่างเดียว แต่หมายถึงตัวบริการ WDSServer เองไม่ตอบภายใน 30 วินาที ซึ่ง Event 7011 เป็นแค่อาการของ Service Control Manager ที่รอ service response ไม่ทัน ไม่ใช่ต้นเหตุโดยตรง. Microsoft ระบุว่าค่า timeout นี้เกี่ยวกับ ServicesPipeTimeout และโดยปกติเป็นสัญญาณว่ามีปัญหาอื่นซ่อนอยู่ข้างหลังครับ
จากข้อมูลที่คุณให้มาและที่คุณลองสร้าง VM Server 2019 ใหม่แล้วเจอเหมือนเดิม ผมจะโฟกัสที่ “การตั้งค่าเครือข่าย/ DHCP / IP helper” มากกว่าตัวเครื่อง โดย Microsoft ย้ำว่า PXE ไม่ควรใช้ DHCP options 60/66/67 เพื่อ redirect client และแนวทางที่ถูกคือให้ใช้ router IP helper/relay ส่ง PXE request ไปยัง PXE server แทน; ถ้า PXE client อยู่คนละ subnet ก็ต้องมั่นใจว่า UDP 67, 68, 69 และ 4011 เปิดถึงกันด้วยครับ
ถ้า WDS กับ DHCP อยู่เครื่องเดียวกัน ต้องตั้งค่าเฉพาะทาง: UseDHCPPorts ควรเป็น 0 ที่คีย์ HKLM\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\WDSServer\Providers\WDSPXE และต้องตั้ง DHCP option 60 (PXEClient) บน DHCP server ตามเอกสารของ Microsoft, แต่ถ้า DHCP ถูกย้ายออกไปคนละเครื่องแล้ว ต้องย้อนค่าพวกนี้กลับ ไม่งั้น WDS/PXE มักจะไม่ตอบถูกทางครับ
สิ่งที่ผมแนะนำให้ไล่เช็กตามลำดับคือ: ตรวจว่า WDS service เริ่มได้จริง, ตรวจว่ามี DHCP/WDS อยู่เครื่องเดียวกันหรือไม่, ตรวจว่าไม่มี DHCP options 66/67 ค้างอยู่, ตรวจ IP helper บน router/switch, แล้วทดสอบจากเครื่องที่อยู่ subnet เดียวกับ WDS ก่อน ถ้า subnet เดียวกันใช้ได้แต่ข้าม VLAN ไม่ได้ มักชี้ไปที่ relay/IP helper มากกว่าตัว WDS เองครับ
อีกจุดที่ควรรู้คือ WDS ยังใช้ PXE boot ได้ แต่ Microsoft ระบุว่า workflow ที่พึ่ง boot.wim จาก installation media สำหรับบางเวอร์ชันใหม่ถูก deprecate/blocked ไปแล้ว โดยเฉพาะ Windows 11 ที่ใช้ boot.wim แบบ setup จาก media; ถ้าคุณเพิ่งเปลี่ยนฝั่ง client เป็นรุ่น/อิมเมจใหม่ อันนี้อาจเป็นตัวแปรสำคัญ แม้จะไม่ใช่สาเหตุของ Event 7011 โดยตรงครับ