สวัสดีครับ คุณ supunnasaaimgis
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ
สำหรับปัญหาที่คุณแจ้งว่าไม่สามารถทำการ Login Windows นั้น เบื้องต้นทีมงานขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวิเคราะห์ปัญหาดังนี้ครับ
- ก่อนเกิดปัญหาดังกล่าว คุณได้ทำการเปลี่ยนแปลง upgrade / update Windows หรือไม่ครับ
- ก่อนเกิดปัญหาดังกล่าว คุณได้ทำการติดตั้ง Program ใดๆบน PC หรือไม่ครับ โดยเฉพาะโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)
- ไม่ทราบว่าคุณใช้ Windows 10 Build เวอร์ชั่นใดครับ เช่น Windows 10 Pro 1909/2004 เป็นต้น
- ไม่ทราบว่าคุณล็อคอินเข้าใช้คอมพิวเตอร์โดยใช้บัญชี Administrator หรือเปล่าครับ
- ไม่ทราบว่าคอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องที่ใช้งานในบ้านหรือในองค์กรบริษัทครับ
- ไม่ทราบว่ามีข้อความหรือรหัสข้อผิดพลาดใดๆแสดงหรือไม่ครับ หากมี ทางเราขอทราบปริ้นสกรีนหน้าที่ประสบปัญหาเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดเพิ่มเติมด้วยครับ
*(กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป)
เบื้องต้นทางเราเเนะนำให้เริ่มคอมพิวเตอร์ใน Safe mode โดยเรียกใช้วิธี Crash Boot ซึ่งคุณทำตามดังนี้
> กดปุ่ม Power (ฮาร์ดเเวร์) 3-4 ครั้ง โดยกด Power Button เพื่อบูท เข้าสู่ Windows พอเห็น Windows ก็ รีบูทอีก ทำขั้นตอนดังกล่าวอยู่ประมาณ 3-4 ครั้ง จนกว่า หน้าต่าง Choose an option จะเเสดงขึ้นมา หลังจากนั้นให้ดำเนินตามขั้นดังต่อไปนี้
> เลือกกดที่ Troubleshoot
> กดที่ Advanced options
> กดที่ Startup Settings
> กด Restart
> กดปุ่ม F5
> เลือกกดหมาย 5 (Enable safe mode with networking)
> หน้าต่าง Administrator จะแสดงขึ้นมา ก่อนที่จะเข้า Safe mode
เมื่ออยู่ใน Safe mode เเล้วทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
วิธีที่ 1 Running System file checker (SFC Checker)
เพื่อที่จะตรวจสอบและแก้ไขส่วนเสียหายของ Windows System Files
> กดปุ่ม Windows + X
> แล้วเลือกกดที่ Command Prompt (Admin)
> หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กด Yes
> เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว
> ให้พิมพ์ sfc /scannow (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคครับ)
> รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่ครับ
วิธีที่ 2 การเเก้ไขความเสียหายไฟล์ของ Windows
ทางเราเเนะนำให้คุณรัน DISM tool เเละ SFC scan ครับ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนดังนี้
> กดปุ่ม Windows จากนั้นให้พิมพ์ Command Prompt
> คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator
> คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้
DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth กด Enter
> คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้
sfc /scannow เเล้วกด Enter
หมายเหตุ: (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคก่อนเครื่องหมาย / ครับ)
> เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตัวสอบดูว่าพบปัญหาหรือไม่ครับ
วิธีที่ 3 การอัพเดท Driver
เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ คุณสามารถตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจาก Driver หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อหรือไม่โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
> พิมพ์ Device Manager ที่ช่องการค้นหา
> คลิกขวาที่ Driver ที่ต้องการอัปเดต
> เลือก Update Driver หรือเลือก Search automatically for update drivers software
> เมื่อการอัพเดทเสร็จสิ้นให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ และตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่
วิธีที่ 4 Windows 10 In-Place Upgrade (การดำเนินการอัพเกรดในตัว)
ทางเราเเนะนำให้ดาวน์โหลด คลิกที่นี่ และใช้วิธีการ “In-Place Upgrade” ของ Windows 10 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่
(บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)
วิธีที่ 5 Clean Boot
ทางเราเเนะนำให้คลีนบูตโดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ คลิกที่นี่ การคลีนบูต คือการเริ่มระบบ Windows โดยการใช้ชุดโปรเเกรมเริ่มต้นน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยขจัดข้อขัดเเย้งของ Software ที่เกิดขึ้นตอนคุณได้ทำการอัพเดท หรือติดตั้งโปรเเกรมบนคอมพิวเตอร์ ครับ
หมายเหตุ: คุณควรสำรองข้อมูลที่สำคัญ ไว้ก่อนทำการคลีนบูต โดยทำตามขั้นตอนนี้ครับ คลิกที่นี่
กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ
จากทีมงาน Microsoft