Disk usage 100% หลังจาก Update ไปเป็น build version 2004

ไม่ระบุชื่อ
2021-03-03T09:56:04+00:00

Disk วิ่ง 100% เช็คแล้วมี service ที่ชื่อว่า Cryptographic Services Runing อยู่ ทำให้ disk วิ่ง 100 ครับ อยากทราบว่าคืออะไรแล้วเราจะปิดได้ไหม

Windows สำหรับการใช้งานที่บ้าน | Windows 10 | ติดตั้งและปรับรุ่น

คำถามที่ถูกล็อก คำถามนี้ถูกโยกย้ายจากชุมชนฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft คุณสามารถลงคะแนนว่ามีประโยชน์หรือไม่ แต่ไม่สามารถเพิ่มความคิดเห็นหรือตอบกลับหรือติดตามคำถามได้

0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น

2 คําตอบ

เรียงลำดับตาม: มีประโยชน์มากที่สุด
  1. ไม่ระบุชื่อ
    2021-03-04T05:02:06+00:00

    ขอบคุณสำหรับการตอบคำถามที่รวดเร็วครับ

    1. นอกจากการ Update Windowsแล้วนั้น คุณได้ทำการติดตั้ง Program ใดๆบน PC หรือไม่ครับ โดยเฉพาะโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)

    -ของบริษัทเราใช้ antivirus ของ Trend micro ครับ ซึ่งเราทดลองเอา แล้วก็ยังไม่หายครับ

    1. ไม่ทราบว่านอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว การใช้งานของ Windows และ Programs อื่นๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ครับ

    *(กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป)

    -ตอนนี้เครื่องที่มีการอาการไมาสามารถทำอะไรได้เลยครับ เพราะค้างไปหมด

    สิ่งที่ทำไปเบื่องต้น 1. ปิด windows search 2. Disk cleand up 3.Defagement disk 4.SFC /scannow 5.เอา Antivirus ออก ทั้งหมดที่ทำไปไม่ใ่หายครับ

    แต่สิ่งที่ทำแล้วหายคือ ไปปิด service :Cryptographic Services ซึ่งเป็นแค่การแก้ เบื้อต้นครับ และ service ตัวนี้ก็ Disable ไม่ได้ สักพัก จะ Start ขึ้นมาใหม่เอง![](https://learn-attachment.microsoft.com/api/attachments/7d911bc2-a74a-44a7-9ab5-80d6ed9e613d?platform=QnA

    เดียวจะลอง Solution ที่ทาง Microsoft แนะนำมาให้ครบ แล้ว update กลับให้อีกทีครับผม

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
  2. ไม่ระบุชื่อ
    2021-03-04T04:32:36+00:00

    สวัสดีครับ คุณ Prapat Ardharn

    ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ

    สำหรับปัญหาที่คุณแจ้งว่าการแสดงผลของระบบแสดง Disk 100% นั้น เบื้องต้นทางทีมงานขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวิเคราะห์ปัญหาดังนี้ครับ

    1. นอกจากการ Update Windowsแล้วนั้น คุณได้ทำการติดตั้ง Program ใดๆบน PC หรือไม่ครับ โดยเฉพาะโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)
    2. ไม่ทราบว่านอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว การใช้งานของ Windows และ Programs อื่นๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ครับ

    *(กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป)

    เบื้องต้นทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    วิธีที่ 1 การแก้ปัญหา Disk 100% ทำให้เครื่องอืด

    ปัญหาของผู้ใช้งานที่ใช้ Hard disk มักจะเจอปัญหาบ่อยๆคือ Disk 100% ซึ่งปัญหานี้เท่าทีทีมงานตรวจสอบมาดูจะพบว่าปัญหานี้มักพบ กับผู้ใช้ที่ใช้ Hard disk ที่ใช้ Windows 8 ขึ้นไปจนถึง 10 วิธีแก้ที่ได้ผลและเหตุผลคือการเปลี่ยนไปใช้ SSD หรืออาจจะลอง วิธีแก้ไข Disk 100% คลิกที่นี่

    วิธีที่ 2 Running System file checker (SFC Checker)

    เพื่อที่จะตรวจสอบและแก้ไขส่วนเสียหายของ Windows System Files

    > กดปุ่ม Windows + X

    > แล้วเลือกกดที่ Command Prompt (Admin)

    > หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กด Yes

    > เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว

    > ให้พิมพ์ sfc /scannow  (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคครับ)  

    > รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่ครับ

    วิธีที่ 3 การเเก้ไขความเสียหายไฟล์ของ Windows  

    ทางเราเเนะนำให้คุณรัน DISM tool เเละ SFC scan ครับ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนดังนี้  

    > กดปุ่ม Windows จากนั้นให้พิมพ์ Command Prompt

    > คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้

        DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth   กด Enter

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้ 

    sfc /scannow  เเล้วกด Enter    

    หมายเหตุ: (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคก่อนเครื่องหมาย / ครับ)    

    > เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตัวสอบดูว่าพบปัญหาหรือไม่ครับ

    วิธีที่ 4 การอัพเดท Driver

    เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ คุณสามารถตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจาก Driver หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อหรือไม่โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    > พิมพ์ Device Manager ที่ช่องการค้นหา

    > คลิกขวาที่ Driver ที่ต้องการอัปเดต

    > เลือก Update Driver หรือเลือก Search automatically for update drivers software

    > เมื่อการอัพเดทเสร็จสิ้นให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ และตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่

    วิธีที่ 5 Uninstall Corrupted Programs / Applications

    ลองทำการถอนการติดตั้งทุกแอพพลิเคชั่นที่เพิ่งทำการติดตั้งเข้ามาในเครื่องก่อนที่เครื่องจะเกิดปัญหา เนื่องจากแอพพลิเคชั่นหรือซอฟแวร์บางตัวอาจจะไม่สามารถใช้งานกับเวอร์ชั่นของ Windows 10 ที่คุณใช้งานอยู่ได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 6 ครับ


    วิธีที่ 6 Windows 10 In-Place Upgrade (การดำเนินการอัพเกรดในตัว)

    ทางเราเเนะนำให้ดาวน์โหลด คลิกที่นี่ และใช้วิธีการ “In-Place Upgrade” ของ Windows 10 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่

    (บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)

    วิธีที่ 7 Clean Boot

    ทางเราเเนะนำให้คลีนบูตโดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ คลิกที่นี่ การคลีนบูต คือการเริ่มระบบ Windows โดยการใช้ชุดโปรเเกรมเริ่มต้นน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยขจัดข้อขัดเเย้งของ Software ที่เกิดขึ้นตอนคุณได้ทำการอัพเดท หรือติดตั้งโปรเเกรมบนคอมพิวเตอร์ ครับ

    หมายเหตุ: คุณควรสำรองข้อมูลที่สำคัญ ไว้ก่อนทำการคลีนบูต โดยทำตามขั้นตอนนี้ครับ คลิกที่นี่

    หมายเหตุ: เราไม่เเนะนำให้ทำการ Clean boot หากคุณใช้วิธีการ Log in เข้า Windows ด้วยกับโปรแกรมดังนี้ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือ จากรูปถ่ายหรือวิธีอื่นที่ไม่ใช่การ Log in โดยการพิมพ์รหัสที่เป็นมาตรฐานของ Windows เนื่องจากการทำ Clean boot จะปิดการทำงานดังกล่าวและท่านจะไม่สามารถ Log in เข้า Windows ได้ครับ 

    แต่หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานขอแนะให้คุณทำการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคขั้นสูงด้าน Windows ในส่วนสำหรับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นหลังจาก Windows Update ครับ (*โดยให้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขั้นหลังจากการ update Windows ครับ) เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่อาจจะได้มีการ Remote เข้าไปตรวจสอบถึงปัญหาดังกล่าวครับ

    คุณสามารถโทรไปที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-263-6888 หรือ (1800-012-705 กด 1-1-1 ไม่มีค่าบริการในการติดต่อครับ) ในเวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ (ปิดทำการทุกวันหยุดราชการ) เพื่อขอความช่วยเหลือผ่านทางโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของไมโครซอฟท์ครับ และติดต่อผ่านทาง Chat support โดยการให้ความสนับสนุนที่รวดเร็วแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับผลิตภัณฑ์ Microsoft ครับ

    คำแนะนำ: ในการให้บริการความช่วยเหลือด้านเทคนิค คุณจำเป็นต้องอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา และกรุณเตรียม Product Key เพื่อการตรวจสอบสถานะของไลเซนส์ด้วยครับ

    กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    ขอบคุณครับ

    ทีมงาน Microsoft

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น