สวัสดีครับ คุณ Prapat Ardharn
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ
สำหรับปัญหาที่คุณแจ้งว่าการแสดงผลของระบบแสดง Disk 100% นั้น เบื้องต้นทางทีมงานขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวิเคราะห์ปัญหาดังนี้ครับ
- นอกจากการ Update Windowsแล้วนั้น คุณได้ทำการติดตั้ง Program ใดๆบน PC หรือไม่ครับ โดยเฉพาะโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)
- ไม่ทราบว่านอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว การใช้งานของ Windows และ Programs อื่นๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ครับ
*(กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป)
เบื้องต้นทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
วิธีที่ 1 การแก้ปัญหา Disk 100% ทำให้เครื่องอืด
ปัญหาของผู้ใช้งานที่ใช้ Hard disk มักจะเจอปัญหาบ่อยๆคือ Disk 100% ซึ่งปัญหานี้เท่าทีทีมงานตรวจสอบมาดูจะพบว่าปัญหานี้มักพบ กับผู้ใช้ที่ใช้ Hard disk ที่ใช้ Windows 8 ขึ้นไปจนถึง 10 วิธีแก้ที่ได้ผลและเหตุผลคือการเปลี่ยนไปใช้ SSD หรืออาจจะลอง วิธีแก้ไข Disk 100% คลิกที่นี่
วิธีที่ 2 Running System file checker (SFC Checker)
เพื่อที่จะตรวจสอบและแก้ไขส่วนเสียหายของ Windows System Files
> กดปุ่ม Windows + X
> แล้วเลือกกดที่ Command Prompt (Admin)
> หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กด Yes
> เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว
> ให้พิมพ์ sfc /scannow (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคครับ)
> รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่ครับ
วิธีที่ 3 การเเก้ไขความเสียหายไฟล์ของ Windows
ทางเราเเนะนำให้คุณรัน DISM tool เเละ SFC scan ครับ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนดังนี้
> กดปุ่ม Windows จากนั้นให้พิมพ์ Command Prompt
> คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator
> คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้
DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth กด Enter
> คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้
sfc /scannow เเล้วกด Enter
หมายเหตุ: (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคก่อนเครื่องหมาย / ครับ)
> เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตัวสอบดูว่าพบปัญหาหรือไม่ครับ
วิธีที่ 4 การอัพเดท Driver
เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ คุณสามารถตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจาก Driver หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อหรือไม่โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
> พิมพ์ Device Manager ที่ช่องการค้นหา
> คลิกขวาที่ Driver ที่ต้องการอัปเดต
> เลือก Update Driver หรือเลือก Search automatically for update drivers software
> เมื่อการอัพเดทเสร็จสิ้นให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ และตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่
วิธีที่ 5 Uninstall Corrupted Programs / Applications
ลองทำการถอนการติดตั้งทุกแอพพลิเคชั่นที่เพิ่งทำการติดตั้งเข้ามาในเครื่องก่อนที่เครื่องจะเกิดปัญหา เนื่องจากแอพพลิเคชั่นหรือซอฟแวร์บางตัวอาจจะไม่สามารถใช้งานกับเวอร์ชั่นของ Windows 10 ที่คุณใช้งานอยู่ได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)
หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 6 ครับ
วิธีที่ 6 Windows 10 In-Place Upgrade (การดำเนินการอัพเกรดในตัว)
ทางเราเเนะนำให้ดาวน์โหลด คลิกที่นี่ และใช้วิธีการ “In-Place Upgrade” ของ Windows 10 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่
(บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)
วิธีที่ 7 Clean Boot
ทางเราเเนะนำให้คลีนบูตโดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ คลิกที่นี่ การคลีนบูต คือการเริ่มระบบ Windows โดยการใช้ชุดโปรเเกรมเริ่มต้นน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยขจัดข้อขัดเเย้งของ Software ที่เกิดขึ้นตอนคุณได้ทำการอัพเดท หรือติดตั้งโปรเเกรมบนคอมพิวเตอร์ ครับ
หมายเหตุ: คุณควรสำรองข้อมูลที่สำคัญ ไว้ก่อนทำการคลีนบูต โดยทำตามขั้นตอนนี้ครับ คลิกที่นี่
หมายเหตุ: เราไม่เเนะนำให้ทำการ Clean boot หากคุณใช้วิธีการ Log in เข้า Windows ด้วยกับโปรแกรมดังนี้ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือ จากรูปถ่ายหรือวิธีอื่นที่ไม่ใช่การ Log in โดยการพิมพ์รหัสที่เป็นมาตรฐานของ Windows เนื่องจากการทำ Clean boot จะปิดการทำงานดังกล่าวและท่านจะไม่สามารถ Log in เข้า Windows ได้ครับ
แต่หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานขอแนะให้คุณทำการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคขั้นสูงด้าน Windows ในส่วนสำหรับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นหลังจาก Windows Update ครับ (*โดยให้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขั้นหลังจากการ update Windows ครับ) เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่อาจจะได้มีการ Remote เข้าไปตรวจสอบถึงปัญหาดังกล่าวครับ
คุณสามารถโทรไปที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-263-6888 หรือ (1800-012-705 กด 1-1-1 ไม่มีค่าบริการในการติดต่อครับ) ในเวลาทำการ วันจันทร์ – ศุกร์ (ปิดทำการทุกวันหยุดราชการ) เพื่อขอความช่วยเหลือผ่านทางโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของไมโครซอฟท์ครับ และติดต่อผ่านทาง Chat support โดยการให้ความสนับสนุนที่รวดเร็วแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับผลิตภัณฑ์ Microsoft ครับ
คำแนะนำ: ในการให้บริการความช่วยเหลือด้านเทคนิค คุณจำเป็นต้องอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา และกรุณเตรียม Product Key เพื่อการตรวจสอบสถานะของไลเซนส์ด้วยครับ
กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ
ทีมงาน Microsoft