ไม่สามารถใช้สแกนนิ้วมือได้หลังจากอัปเดต Windows 10

ไม่ระบุชื่อ
2020-09-07T16:41:38+00:00

HP laptop 15S-EQ0000AU

ซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้ว เปิดใช้ Windows Hello ล็อกอินด้วยการสแกนนิ้วมือได้ปกติ

ต่อมาประมาณ 2-3 วันก่อน ไม่สามารถสแกนนิ้วมือเพื่อล็อกอินได้ พอลองเปิดดู Sign-In Options ก็ขึ้นดังภาพครับ 

Windows สำหรับการใช้งานที่บ้าน | Windows 10 | Windows Hello หน้าจอเมื่อล็อก และการลงชื่อเข้าใช้

คำถามที่ถูกล็อก คำถามนี้ถูกโยกย้ายจากชุมชนฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft คุณสามารถลงคะแนนว่ามีประโยชน์หรือไม่ แต่ไม่สามารถเพิ่มความคิดเห็นหรือตอบกลับหรือติดตามคำถามได้

0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น

3 คําตอบ

เรียงลำดับตาม: มีประโยชน์มากที่สุด
  1. ไม่ระบุชื่อ
    2020-09-08T04:26:16+00:00

    สวัสดีครับ คุณ Kanawat Ruengpeng

    ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ

    สำหรับปัญหาที่คุณแจ้งว่าไม่สามารถใช้งาน Windows Hello โดยการลงชื่อเข้าใช้ด้วยการสแกนนิ้วมือได้ หลังจากทำการอับเดท Windows นั้น เบื้องต้นทีมงานขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวิเคราะห์ปัญหาดังนี้ครับ

    1. ไม่ทราบว่าคุณใช้ Windows 10 Build เวอร์ชั่นใดครับ เช่น Windows 10 Pro 1909/2004 เป็นต้น

        (คุณสามารถตรวจสอบ OS Build โดยไปที่ Settings > System > About > ให้ดูที่ OS build และเวอร์ชั่นครับ)

    1. ไม่ทราบว่าคุณล็อคอินเข้าใช้คอมพิวเตอร์โดยใช้บัญชี Administrator หรือเปล่าครับ
    2. คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องที่ใช้งานในบ้านหรือในองกรค์บริษัทครับ
    3. ไม่ทราบว่านอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว การใช้งานของ Windows และ Programs อื่นๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ครับ

    อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    วิธีที่ 1 ติดต่อ Computer Manufacture

    ทีมงานขอแนะนำให้คุณทำการติดต่อกับเจ้าของแบรนด์เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยตรงเพื่อทำการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ นั้นสามารถรองรับทุกๆ Features ใน Windows Hello หรือไม่ครับ หากทาง Computer Manufacture แจ้งแล้วว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ มีการรองรับ Windows Hello ในทุกๆ Features แล้วนั้น ให้คุณดำเนินการแก้ไขโดยใช้วิธีดังต่อไปครับ

    วิธีที่ 2 การ Update Windows 10 (หากยังไม่ได้มีการ update Windows ครับ)

    เนื่องจาก Microsoft ได้มีการพัฒนา Software และทุก Programs อย่างต่อเนื่องเพื่อความทันสมัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานจึงควร Update Windows version ล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณไม่ได้ Update จะส่งผลต่อการใช้งานได้ ดังนั้นทางเราแนะนำให้ตรวจสอบการ Update Windows อีกครั้งโดย

    > คลิก Setting > คลิก Update & Security > คลิก Check for Update ครับ

    วิธีที่ 3 การอัพเดท Driver

    เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ คุณสามารถตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจาก Driver หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อหรือไม่โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    > พิมพ์ Device Manager ที่ช่องการค้นหา

    > คลิกขวาที่ Driver ที่ต้องการอัปเดต

    > เลือก Update Driver หรือเลือก Search automatically for update drivers software

    > เมื่อการอัพเดทเสร็จสิ้นให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ และตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่

    วิธีที่ 4 Running System file checker (SFC Checker)

    เพื่อที่จะตรวจสอบและแก้ไขส่วนเสียหายของ Windows System Files

    > กดปุ่ม Windows + X

    > แล้วเลือกกดที่ Command Prompt (Admin)

    > หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กด Yes

    > เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว

    > ให้พิมพ์ sfc /scannow  (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคครับ)  

    > รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่ครับ

    วิธีที่ 5 การเเก้ไขความเสียหายไฟล์ของ Windows  

    ทางเราเเนะนำให้คุณรัน DISM tool เเละ SFC scan ครับ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนดังนี้  

    > กดปุ่ม Windows จากนั้นให้พิมพ์ Command Prompt

    > คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้

        DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth   กด Enter

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้ 

    sfc /scannow  เเล้วกด Enter    

    หมายเหตุ: (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคก่อนเครื่องหมาย / ครับ)    

    > เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตัวสอบดูว่าพบปัญหาหรือไม่ครับ

    วิธีที่ 6 Install Every Pending Updates

    การเเก้ไข้ปัญหาอัพเเดทที่ยังไม่เสร็จสิ้น โดยทำตามดังนี้  

    1. ไปที่ "Setting" คลิกที่ "update and security" 
    2. ภายใต้เเท็บ "Windows update" คลิกที่ไอคอน "check for updates".  
    3. เมื่อเห็น "pending updates" ให้ทำการติดตั้งเเละตรวจสอบ  

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางเราเเนะนำให้วิธีต่อไปครับ

    วิธีที่ 7 การปิดใช้งานโปรแกรมสแกนไวรัสอื่น ๆ ชั่วคราว

    เนื่องจาก Windows 10 มี Windows Defender เป็นโปรแกรมสแกนไวรัสอยู่แล้ว การใช้งานโปรแกรมสแกนไวรัสอื่น ๆ จะทำให้ขัดแย้งหรือรบกวนการทำงานของโปรแกรม Windows Defender ได้ครับ ดังนั้น หากคุณมีการติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก Windows Defender เราแนะนำให้คุณปิดการใช้งานชั่วคราวหรือถอนการติดตั้งครับ จากนั้นให้ตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่ครับ

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางเราเเนะนำให้วิธีต่อไปครับ

    * หากปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก Update Windows นั้น ทางเราแนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ

    วิธีที่ 8 Windows 10 In-Place Upgrade (การดำเนินการอัพเกรดในตัว)

    ทางเราเเนะนำให้ดาวน์โหลด คลิกที่นี่ และใช้วิธีการ “In-Place Upgrade” ของ Windows 10 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่  บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)

    วิธีที่ 9 Clean Boot

    ทางเราเเนะนำให้คลีนบูตโดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ คลิกที่นี่

    การคลีนบูต คือการเริ่มระบบ Windows โดยการใช้ชุดโปรเเกรมเริ่มต้นน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยขจัดข้อขัดเเย้งของ Software ที่เกิดขึ้นตอนคุณได้ทำการอัพเดท หรือติดตั้งโปรเเกรมบนคอมพิวเตอร์ ครับ

    หมายเหตุ: คุณควรสำรองข้อมูลที่สำคัญ ไว้ก่อนทำการคลีนบูต โดยทำตามขั้นตอนนี้ครับ คลิกที่นี่

    กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    ขอบคุณครับ

    ทีมงาน Microsoft

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    1 คนพบว่าคำตอบนี้มีประโยชน์
    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
  2. ไม่ระบุชื่อ
    2020-09-09T01:58:42+00:00

    สวัสดีครับ คุณ Kanawat Ruengpeng

    ขอขอบคุณสำหรับการตอบกลับฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ

    หากคุณได้ดำเนินการแก้ไข้ปัญหาดังกล่าวโดยวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นทั้งหมดแล้ว แต่ถ้าปัญหายังคงไม่ได้รับการแก้ไขนั้น เพื่อเเก้ปัญหาเบื้องต้นทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการย้อยกลับไปยัง Windows version ก่อนการ update 2004 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่

    (บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)

    แต่ในกรณีที่คุณได้อัพเดทเกิน 10 วัน คุณจะไม่สามารถย้อนกลับไปใช้เวอร์ชั่นก่อนหน้าโดยทำตามวิธีทั่วไปครับ เเต่คุณสามารถย้อนกลับไปใช้เวอร์ชั่นก่อนหน้าโดยทำตามวิธีดังต่อไปนี้ครับ 

    วิธีที่ 1 ถอนการติดตั้ง Windows Update 2004

    > ไปที่ Settings

    > ไปที่ Update & Security

    > เลือก Recovery

    > คลิกที่ Get started ภายใต้ Go back to an earlier build section

    คุณยังสามารถตรวจทานส่วนการกลับไปยัง Windows รุ่นก่อนหน้า “Go back to your previous version of Windows” ได้ที่นี่ คลิกที่นี่

    วิธีที่ 2 การคืนค่าจากจุดคืนค่าระบบ (Restore from a system restore point)

    หากก่อนทำการอัพเดท Build ใหม่ คุณได้สร้างจุดคืนค่าระบบด้วยตนเอง คุณก็จะสามารถทำการย้อนกลับไปใช้ Build ก่อนหน้าโดยใช้วิธีนี้ครับ สำหรับขัั้นตอนการคืนค่าจากจุดคืนค่าระบบเเละรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้คุณสามารถศึกษาจากลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่ เมื่อเปิดลิงค์ดังกล่าวให้ดูที่หัวข้อ “คืนค่าจากจุดคืนค่าระบบ” นะครับ 

    ทั้งนี้ คุณยังสามารถทำการติดต่อยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคขั้นสูงด้าน  Windows Update ในส่วนสำหรับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นหลัง  Windows Update ครับ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-263-6888 หรือ 1800-012-705 กด 1-1-1 (ไม่มีค่าบริการในการติดต่อครับ) ในเวลาทำการ วันจันทร์ - ศุกร์ เพื่อขอความช่วยเหลือผ่านทางโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของไมโครซอฟท์ครับ

    คำแนะนำ: ในการให้บริการความช่วยเหลือด้านเทคนิค คุณจำเป็นต้องอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา และกรุณาเตรียม Product Key เพื่อการตรวจสอบสถานะของไลเซนส์ด้วยครับ

    กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข  ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    ขอบคุณครับ           

    จากทีมงาน Microsoft

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
  3. ไม่ระบุชื่อ
    2020-09-08T05:09:39+00:00

    สวัสดีครับ คุณ Kanawat Ruengpeng

    ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ

    สำหรับปัญหาที่คุณแจ้งว่าไม่สามารถใช้งาน Windows Hello โดยการลงชื่อเข้าใช้ด้วยการสแกนนิ้วมือได้ หลังจากทำการอับเดท Windows นั้น เบื้องต้นทีมงานขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวิเคราะห์ปัญหาดังนี้ครับ

    1. ไม่ทราบว่าคุณใช้ Windows 10 Build เวอร์ชั่นใดครับ เช่น Windows 10 Pro 1909/2004 เป็นต้น

        (คุณสามารถตรวจสอบ OS Build โดยไปที่ Settings > System > About > ให้ดูที่ OS build และเวอร์ชั่นครับ)

    1. ไม่ทราบว่าคุณล็อคอินเข้าใช้คอมพิวเตอร์โดยใช้บัญชี Administrator หรือเปล่าครับ
    2. คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องที่ใช้งานในบ้านหรือในองกรค์บริษัทครับ
    3. ไม่ทราบว่านอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว การใช้งานของ Windows และ Programs อื่นๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ครับ

    อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    วิธีที่ 1 ติดต่อ Computer Manufacture

    ทีมงานขอแนะนำให้คุณทำการติดต่อกับเจ้าของแบรนด์เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยตรงเพื่อทำการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ นั้นสามารถรองรับทุกๆ Features ใน Windows Hello หรือไม่ครับ หากทาง Computer Manufacture แจ้งแล้วว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ มีการรองรับ Windows Hello ในทุกๆ Features แล้วนั้น ให้คุณดำเนินการแก้ไขโดยใช้วิธีดังต่อไปครับ

    วิธีที่ 2 การ Update Windows 10 (หากยังไม่ได้มีการ update Windows ครับ)

    เนื่องจาก Microsoft ได้มีการพัฒนา Software และทุก Programs อย่างต่อเนื่องเพื่อความทันสมัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานจึงควร Update Windows version ล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณไม่ได้ Update จะส่งผลต่อการใช้งานได้ ดังนั้นทางเราแนะนำให้ตรวจสอบการ Update Windows อีกครั้งโดย

    > คลิก Setting > คลิก Update & Security > คลิก Check for Update ครับ

    วิธีที่ 3 การอัพเดท Driver

    เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ คุณสามารถตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจาก Driver หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อหรือไม่โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    > พิมพ์ Device Manager ที่ช่องการค้นหา

    > คลิกขวาที่ Driver ที่ต้องการอัปเดต

    > เลือก Update Driver หรือเลือก Search automatically for update drivers software

    > เมื่อการอัพเดทเสร็จสิ้นให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ และตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่

    วิธีที่ 4 Running System file checker (SFC Checker)

    เพื่อที่จะตรวจสอบและแก้ไขส่วนเสียหายของ Windows System Files

    > กดปุ่ม Windows + X

    > แล้วเลือกกดที่ Command Prompt (Admin)

    > หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กด Yes

    > เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว

    > ให้พิมพ์ sfc /scannow  (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคครับ)  

    > รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่ครับ

    วิธีที่ 5 การเเก้ไขความเสียหายไฟล์ของ Windows  

    ทางเราเเนะนำให้คุณรัน DISM tool เเละ SFC scan ครับ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนดังนี้  

    > กดปุ่ม Windows จากนั้นให้พิมพ์ Command Prompt

    > คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้

        DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth   กด Enter

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้ 

    sfc /scannow  เเล้วกด Enter    

    หมายเหตุ: (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคก่อนเครื่องหมาย / ครับ)    

    > เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตัวสอบดูว่าพบปัญหาหรือไม่ครับ

    วิธีที่ 6 Install Every Pending Updates

    การเเก้ไข้ปัญหาอัพเเดทที่ยังไม่เสร็จสิ้น โดยทำตามดังนี้  

    1. ไปที่ "Setting" คลิกที่ "update and security" 
    2. ภายใต้เเท็บ "Windows update" คลิกที่ไอคอน "check for updates".  
    3. เมื่อเห็น "pending updates" ให้ทำการติดตั้งเเละตรวจสอบ  

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางเราเเนะนำให้วิธีต่อไปครับ

    วิธีที่ 7 การปิดใช้งานโปรแกรมสแกนไวรัสอื่น ๆ ชั่วคราว

    เนื่องจาก Windows 10 มี Windows Defender เป็นโปรแกรมสแกนไวรัสอยู่แล้ว การใช้งานโปรแกรมสแกนไวรัสอื่น ๆ จะทำให้ขัดแย้งหรือรบกวนการทำงานของโปรแกรม Windows Defender ได้ครับ ดังนั้น หากคุณมีการติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก Windows Defender เราแนะนำให้คุณปิดการใช้งานชั่วคราวหรือถอนการติดตั้งครับ จากนั้นให้ตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่ครับ

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางเราเเนะนำให้วิธีต่อไปครับ

    * หากปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก Update Windows นั้น ทางเราแนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ

    วิธีที่ 8 Windows 10 In-Place Upgrade (การดำเนินการอัพเกรดในตัว)

    ทางเราเเนะนำให้ดาวน์โหลด คลิกที่นี่ และใช้วิธีการ “In-Place Upgrade” ของ Windows 10 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่  บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)

    วิธีที่ 9 Clean Boot

    ทางเราเเนะนำให้คลีนบูตโดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ คลิกที่นี่

    การคลีนบูต คือการเริ่มระบบ Windows โดยการใช้ชุดโปรเเกรมเริ่มต้นน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยขจัดข้อขัดเเย้งของ Software ที่เกิดขึ้นตอนคุณได้ทำการอัพเดท หรือติดตั้งโปรเเกรมบนคอมพิวเตอร์ ครับ

    หมายเหตุ: คุณควรสำรองข้อมูลที่สำคัญ ไว้ก่อนทำการคลีนบูต โดยทำตามขั้นตอนนี้ครับ คลิกที่นี่

    กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    ขอบคุณครับ

    ทีมงาน Microsoft                                                                                                                               

    1. ตอนนี้ใช้ Windows 10 Build เวอร์ชั่น 2004  และos build 19041.450ครับ

    2. ไม่ได้ล็อคอินเข้าใช้คอมพิวเตอร์โดยใช้บัญชี Administrator ครับ

    3. คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องที่ใช้งานในบ้านปกติครับ

    4. ไม่มีปัญหาอื่นนอกจากปัญหาดังกล่าวแล้วครับ

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น