ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ
ในกรณีที่คุณสามารถบูตคอมพิวเตอร์ ทางเราเเนะนำให้เเก้ปัญหาโดยรีเซ็ตการอัพเดทค่ะ ซึ่งคุณสามารถทำตามขั้นตอนจากลิงค์นี้ค่ะ
หมายเหตุ : ให้เลือกทำตามวิธีของ Windows 10 ค่ะ
ในกรณีที่คุณไม่สามารถบูตคอมพิวเตอร์ ทางเราแนะนำให้เเก้ปัญหาโดยทำตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: เบื้องต้นทางเราเเนะนำให้เริ่มคอมพิวเตอร์ใน Safe mode โดยเรียกใช้วิธี Crash Boot ซึ่งคุณทำตามดังนี้
- กดปุ่ม Power (ฮาร์ดเเวร์) 3-4 ครั้ง โดยกด Power Button เพื่อบูท เข้าสู่ Windows พอเห็น Windows ก็ รีบูทอีก ทำขั้นตอนดังกล่าวอยู่ประมาณ 3-4 ครั้ง จนกว่า หน้าต่าง Choose an option จะเเสดงขึ้นมา หลังจากนั้นให้ดำเนินตามขั้นดังต่อไปนี้
- เลือกกดที่ Troubleshoot
- กดที่ Advanced options
- กดที่ Startup Settings
- กด Restart
- กดปุ่ม F5
- เลือกกดหมาย 5 (Enable safe mode with networking)
- หน้าต่าง Administrator จะแสดงขึ้นมา ก่อนที่จะเข้า Safe mode
ขั้นตอนที่ 2: เราเเนะนำให้ทำการ Restart computer แบบ clean boot โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
- กดปุ่ม CTRL + SHIFT + ESC พร้อมกัน (เพื่อเรียกใช้งานTask Manager)
- คลิก Startup tab
- Disable Startup item ทั้งหมด> ปิด Task Manager
- ไปที่ start screen พิมพ์ศัพท์ว่า msconfig แล้วกดปุ่ม ENTER
- คลิกที่ Selective startup
- Click to clear the Load Startup Items check box
- คลิกที่แถบ Services
- ติ๊กถูกที่ช่อง Hide All Microsoft Service
- คลิก Disable all
- เลือกกด Apply ต่อด้วยกด OK
- Restart เครื่องคอมพิวเตอร์
หมายเหตุ : เราไม่เเนะนำให้ทำการ Clean boot หากคุณใช้วิธีการ Log in เข้าวินโดว์ด้วยกับโปรแกรมดังนี้ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือ จากรูปถ่ายหรือวิธีอื่นที่ไม่ใช่การ Log in โดยการพิมพ์รหัสที่เป็นมาตรฐานของวินโดว์ เนื่องจากการทำ Clean boot จะปิดการทำงานดังกล่าว
และท่านจะไม่สามารถเข้าสู่วินโดว์ได้ค่ะ
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาของคุณได้ ผลเป็นอย่างไรแจ้งมาได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
*********
หมายเหตุ : เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับคนอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกันกับคุณ หากวิธีการแก้ไขปัญหาที่ให้ไปข้างต้นสามารถแก้ไขปัญหาของคุณได้ รบกวนช่วยกดเป็นคำตอบให้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ