Win 7 บู๊ตไม่ได้

ไม่ระบุชื่อ
2015-08-10T08:06:43+00:00

ผมใช้ compaq win7 32  บิต วันก่อนมีไฟล์ Msvcr120.dll หายไป. เลยโหลดมาลงไว้ที่. Window/system32 หลังจากบุ้ตเขาวินโด้ไม่ได้ครับ.  Save mode ก็ไม่ได้มันมาค้างที่. Window/system32/drivers/classpnp.sys ค้างตรงนี้ แล้วไม่ไปต่อ. บูตวินโด้จาก use เพื่อลงวินโด้ใหม่ไม่ได้เช่นกันค้าง    ถ้าเป็นไปได้ ขอเบอร์ด้วยจะดีมากเลยครับ

Windows สำหรับการใช้งานที่บ้าน | เวอร์ชัน Windows ก่อนหน้า | แอป

คำถามที่ถูกล็อก คำถามนี้ถูกโยกย้ายจากชุมชนฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft คุณสามารถลงคะแนนว่ามีประโยชน์หรือไม่ แต่ไม่สามารถเพิ่มความคิดเห็นหรือตอบกลับหรือติดตามคำถามได้

0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น

5 คําตอบ

เรียงลำดับตาม: มีประโยชน์มากที่สุด
  1. ไม่ระบุชื่อ
    2015-08-11T13:31:44+00:00

    Ms3.dll. Msvcr120.dll.  Coremedia นี่คือไฟล์ 3 ตัวมีมันแจ้งเตือนเวลาเข้าหน้าวินโด้ว่ามันหายไป  ก่อนหน้าที่ผมลง  ไฟล์ ตัวที่ 2 msvcr120.dll คอมใช้งานได้ปกติครับ แค่บอกว่ามีไฟล์บางตัวหายไป หลังจากลงตัวที่ว่าไปเพียงตัวเดียว คอมไม่สามารถเข้าวินโด้ได้ครับ ไม่ว่าจะ save mode หรือโหมดอื่นๆตามที่ทีมงานแนะนำมาไม่สามารถเข้าวินโด้ได้เลย มันค้างตลอดเป็นชั่วโมง. แม้แต่เอา usb มาลงวินโด้ใหม่หรือรีแพรวินโด้  มันมาได้แค่หน้าตั้งภาษา หลังจากนั้นจะค้างตลอด และตอนนี้ถ้าเปิดเครื่องมันจะขึ้นว่าให้รีแพรวินโด้ แต่อย่างที่บอกครับ มันค้างทำอะไรไม่ได้เลย.  เครื่องผมใช้ usb ลงวินโด้เอง แบบ 32 บิต ไม่มีโปรแกรมไวรัส.  แต่ได้มีการติดตั้งโปรแกรมหลายตัวเข้าไป และลบออกหลายตัวเช่นกัน มันเลยเกิด dll ตัวที่ว่าหายไป

    และที่ทางทีมงานแนะนำให้ทำโหมดต่างๆ คือทำไม่ได้ครับเพราะเข้าวินโด้ไม่ได้   เพื่อนผมบอกว่า hdd อาจจะเสียหลังจากที่ผมลง dll เข้าไป พอลงปุ๊ปก็บุตเข้าวินโด้ไม่ได้ตามที่เล่าไปครับ เป็นไปได้หรือไม่ที่ hdd เสียครับ ผมลองลงวินโด้หลายครั้งและรีแพรก็เป็นแบบเดิมค้างนานจนต้องกดปิดเครื่อง   นี่คือรายละเอียดครับ. ผมจะแนบรูปให้ดูครับ เป็นแบบตามรูปและที่บอกไปน่ะครับ สุดท้ายครับ ผมคิดว่าส่วนอื่นๆเช่น  ram พัดลม หรืออื่นใช้งานได้ปกติ. แต่อาจจะยกเว้น hdd เรื่อง hdd ผมไม่แน่ใจว่าเสียหรือเปล่า  เป็นความคิดเห็นของเพื่อนที่เขาเคยเจอมาครับ ถ้า ram เสีย น่าจะมีเสียงดังแปลกๆหรือจอไม่มีภาพ พัดลมทำงานปกติ ตามความคิดเห็นของผมน่ะครับ รอคำแนะนำจากทีมงานครับ ประเด็นผมสงสัยแค่ว่าลง dll ไปตัวเดียวถึงทำให้เข้าวินโด้ไม่ได้ ไม่ว่าจะทำวิธีไหนก็ตามครับ รบกวนด้วยครับ

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    1 คนพบว่าคำตอบนี้มีประโยชน์
    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
  2. ไม่ระบุชื่อ
    2015-08-14T14:48:36+00:00

    สวัสดีอีกครั้ง ครับ คุณปังคุงครับ  

    ทางทีมงานสันนิษฐานว่า ปัญหาน่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์หลักอย่างเช่น Harddisk,Memory,Motherboard ฯลฯ ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะสามารถใช้งานต่อไปได้ นะครับ

    ลองตรวจสอบดู นะครับ

    ขอบคุณครับ

    จากทีมงานไมโครซอฟท์

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
  3. ไม่ระบุชื่อ
    2015-08-11T14:34:18+00:00

    ล่าสุด แบบนี้ hdd เสียไหมครับ

    ล่าสุด

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
  4. ไม่ระบุชื่อ
    2015-08-11T13:29:48+00:00

    Ms3.dll. Msvcr120.dll.  Coremedia นี่คือไฟล์ 3 ตัวมีมันแจ้งเตือนเวลาเข้าหน้าวินโด้ว่ามันหายไป  ก่อนหน้าที่ผมลง  ไฟล์ ตัวที่ 2 msvcr120.dll คอมใช้งานได้ปกติครับ แค่บอกว่ามีไฟล์บางตัวหายไป หลังจากลงตัวที่ว่าไปเพียวตัวเดียว คอมไม่สามารถเข้าวินโด้ได้ครับ ไม่ว่าจะ save mode หรือโหลดอื่นๆตามที่ทีมงานแนะนำมาไม่สามารถเข้าวินโด้ได้เลย มันค้างตลอดเป็นชั่วโมง. แม้แต่เอา usb มาลงวินโด้ใหม่หรือรีแพรวินโด้  มันมาได้แค่หน้าตั้งภาษา หลังจากนั้นจะค้างตลอด และตอนนี้ถ้าเปิดเครื่องมันจะขึ้นว่าให้รีแพรวินโด้ แต่อย่างที่บอกครับ มันค้างทำอะไรไม่ได้เลย.  เครื่องผมใช้ usb ลงวินโด้เอง แบบ 32 บิต ไม่มีโปรแกรมไวรัส.  แต่ได้มีการติดตั้งโปรแกรมหลายตัวเข้าไป และลบออกหลายตัวเช่นกัน มันเลยเกิด dll ตัวที่ว่าหายไป

    และที่ทางทีมงานแนะนำให้ทำโหมดต่างๆ คือทำไม่ได้ครับเพราะเข้าวินโด้ไม่ได้   เพื่อนผมบอกว่า hdd อาจจะเสียหลังจากที่ผมลง dll เข้าไป พอลงปุ๊ปก็บุตเข้าวินโด้ไม่ได้ตามที่เล่าไปครับ เป็นไปได้หรือไม่ที่ hdd เสียครับ ผมลองลงวินโด้หลายครั้งและรีแพรก็เป็นแบบเดิมค้างนานจนต้องกดปิดเครื่อง   นี่คือรายละเอียดครับ. ผมจะแนบรูปให้ดูครับ เป็นแบบตามรูปและที่บอกไปน่ะครับ

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
  5. ไม่ระบุชื่อ
    2015-08-10T12:24:26+00:00

    สวัสดีครับ คุณปังคุงครับ       

    ก่อนอื่น ทางเราขอขอบคุณสำหรับการเข้ามาเยี่ยมชมและโพสต์คำถามเข้ามายังทีมงานของเราที่ ฟอรั่ม Microsoft Community เวอร์ชั่นภาษาไทย เเละการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ Windows 7 เเละอื่นๆ แท้ จากทางบริษัทไมโครซอฟท์ นะครับ

    กลับมายังคำถามของคุณ ที่ได้เเจ้งมายังทีมงานของเราว่า..."เครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 7 32-bit ...จากเเบรนด์ Compaq ...วันก่อนมีไฟล์ Msvcr120.dll หายไป...เลยโหลดมาลงไว้ที่...Window/system32 หลังจากบูตเข้า Windows ไม่ได้ครับ  Safe mode ก็ไม่ได้มันมาค้างที่...Window/system32/drivers/classpnp.sys ค้างตรงนี้ แล้วไม่ไปต่อ... บูต Windows จาก USB เพื่อลง Windows ใหม่ไม่ได้เช่นกันค้าง  นั้น..." เนื่องจากข้อมูลบางส่วนที่คุณได้เเจ้งมาไม่เพียงพอ ทางทีมงานของเราขออนุญาต เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ นะครับ;

    1.ไม่ทราบว่า เครื่อง PC หรือ Notebook ที่ได้ติดตั้งใช้งาน Windows 7  (รุ่นใด) เวอร์ชั่น 32-bit ดังกล่าวได้ใช้งานมานานเเค่ไหน เเล้ว ครับ  

    2.Windows รุ่นดังกล่าว เป็น Windows 7 เเบบ OEM ที่ได้ติดตั้งมาพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ เเบรนด์ Compaq หรือ ว่า เป็นเเผ่นที่ได้ซื้อมาเเยกพร้อม เเผ่น CD/DVD Installation ของรุ่น Windows ดังกล่าว ที่เป็น Licensing เเบบ Full Packaged Product(FPP) ครับ

    3.ปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อไร ไม่ทราบว่า คุณได้ดำเนินการเปลี่ยนเเปลงอะไรบนเครื่องโน๊ตบุ๊คไหม หากมีโปรดอธิบายคร่าวๆ พอได้ใจความ นะครับ (ถ้าหากมีข้อมูลเพิ่มเติม นอกเหนือจาก ข้อมูลที่คุณได้เเจ้งมา นะครับ)

    4.ไม่ทราบว่า คุณได้ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสรุ่นใดอยู่ ครับ

    5.ไม่สามารถเปิดใช้งานใดๆ ได้ กระทั้งเข้า Safe Mode ก็ ไม่ได้ ใช่ไหม ครับ ตามที่คุณได้เเจ้งมาในเบื้องต้น นั้น นะครับ

    6.มี เเผ่น Installation CD/DVD หรือ Media Recovery ของ Windows 7 รุ่นดังกล่าว อยู่กับคุณไหม

    (เเผ่น Windows 7 Recovery Disc หรือ Installation CD/DVD สำคัญมาก เพราะในบางกรณี อย่างเช่น เมื่อต้องการดำเนินการ System repair หรือ ลง Windows ใหม่ คุณมีความจำเป็นที่ต้องใช้ เเผ่นดังกล่าว นะครับ)

    **ในทำการ back up ข้อมูลสำคํญๆ ทั้งหมด ตามขั้นตอนที่ได้ระบุไว้ที่ข้างล่างสุด เเล้วถึงเเล้วทำตามขั้นตอนต่างๆ ที่ได้เเนะนำไป เพื่อลองเเก้ไขปัญหาที่คุณได้ประสบอยู่ในขณะนี้ นะครับ**

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าหากไม่สามารถเปิดใช้งาน ทั้ง Mode Normal เเละ Safe Mode ได้ ปัญหาดังกล่าว มีความเป็นไปได้สูง อาจเนื่องมาจากอุปกรณ์ฮาร์ดเเวร์อย่างเช่น Hard Disk, Memory, Motherboard, Graphic card ฯลฯ ถ้าหากไม่สามารถ เปิดใช้งานได้เลย คุณคงต้องตรวจสอบสถานะ อุปกรณ์ฮาร์ดเเวร์ต่างๆ เหล่านั้นว่า ยังอยู่ในสถานะที่จะสามารถใช้งานต่อไป ไหม นะครับ ถ้าสามารถเข้า Safe Mode จึงสามารถลองเเก้ไขปัญหาดังกล่าว ตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ นะครับ

    ขั้นตอนที่ 1 ใช้วิธี The Last Known Good good configuration to start Windows

    1.กดปุ่ม Power เพื่อ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

    2.กดปุ่ม F8 ยํ้าๆ

    3.มีเข้าสู่หน้าต่าง Advanced Boot Options เเล้วให้เลือก Last Known Good Configuration(Advanced)

    4.กดปุ่ม Enter(Windows น่าจะ Start normally)

    ถ้าหากไม่สามารถเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ให้ลองดำเนินตามขั้นตอนที่ 2(i) เเละ (ii) ดังข้างล่างนี้ นะครับ;

    ขั้นตอนที่ 2(i) The Startup Repair feature

    1.กดปุ่ม Power เพื่อ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง

    2.กดปุ่ม F8 ยํ้าๆ

    3.มีเข้าสู่หน้าต่าง Advanced Boot Options เเล้วให้เลือกหัวข้อ Repair your computer เเล้วกดปุ่ม Enter

    4.คลิ๊ก Next

    5.ที่หน้าต่าง System Recovery Options เมนู ให้คลิ๊กที่ Startup Repair เเล้วดำเนินการขั้นตอนที่ได้เเสดงขึ้นมาตามหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ จนจบ

    1. คลิ๊กปุ่ม Restart เพื่อกลับไปที่ windows 7 ล็อกอิน อีกครั้ง นะครับ

    หรือ

    (ในกรณี มีเเผ่น Recovery Disc/Installation Disc ของ Windows 7 ดังกล่าวอยู่กับคุณ)

    ขั้นตอนที่ 2(ii) The Startup Repair feature โดยการใช้แผ่น disc(บางท่านสามารถเเก้ไขได้ โดยใช้ขั้นตอนอันนี้)

    1.เทรก(insert) เเผ่น Windows 7 เเล้ว Shutdown เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องดังกล่าว

    2.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องนั้น โดยกดปุ่ม Power ที่เครื่องตัวดังกล่าว

    3.หากมีหน้าได้เเสดงขึ้นมา เเละเเจ้งว่า press any key ให้ปุ่มอะไรก็ได้ อย่างเช่น Enter, shift ฯลฯ เเล้ว

    ดำเนินการตามขั้นตอนที่ได้เเสดงขึ้นมาที่หน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวดังกล่าว

    4.ที่หน้า Install Windows หรือ System Recovery Options ให้เลือกภาษาที่คุณต้องการ เเล้วคลิ๊ก Next

    5.คลิ๊ก Repair your computer(หากใช้เเผ่น (Windows installation disc) เเล้วคลิ๊ก Next

    6.ที่เมนู System Recovery Options ให้คลิ๊กที่ Startup Repair เเล้วดำเนินการขั้นตอนที่ได้เเสดงขึ้นมาตามหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ จนจบ

    7.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง

    หากไม่สามารถเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ให้ลองดำเนินตามขั้นตอนที่ 3 ดังข้างล่างนี้ นะครับ;

    ขั้นตอนที่ 3 หากต้องการตรวจสอบสถานะของฮารด์ดิสก์

    1.กดปุ่ม Start

    2.พิมพ์ศัพท์ว่า cmd.exe

    3.คลิ๊กขวา เเล้วเลือก Run as administrator (หากมีร้องขอรหัสผ่าน ให้กลอกรหัสผ่าน)

    4.ที่หน้าต่าง Command Prompt ให้พิมพ์ศัพท์ว่า chkdsk C: /F

    5.กดปุ่ม Enter

    6.รอจนจบ เเล้วให้สังเกตว่ามีข้อความอะไรโชว์ขึ้นมาเเจ้งเตือนไหม

    7.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง

    หากไม่สามารถเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ให้ลองดำเนินตามขั้นตอนที่ 4 ดังข้างล่างนี้ นะครับ;

    ขั้นตอนที่ 4 run sfc /scannow เพื่อซ่อมเเซมไฟล์ที่อาจได้เกิดความเสียหายขึ้น โดยทำตามขั้นตอนดังข้างล่างนี้ นะครับ

    1. กดปุ่ม Start
    2. พิมพ์ศัพท์ว่า cmd.exe
    3. คลิ๊กขวา แล้วเลือก Run as administrator
    4. เมื่อเข้าสู่โหมด Command Prompt แล้ว ให้พิมพ์ศัพท์ว่า sfc /scannow แล้วกดปุ่ม Enter
    5. แล้ว Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เมื่อการเเสกนได้เสร็จเรียบร้อย อย่างสมบูรณ์ เเละให้สังเกตว่า มีอะไรผิดพลาด หรือ error code/error message อะไร ได้เเสดงขึ้นมาเเจ้งบ้างไหม

    6.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อีกครั้ง

    หากไม่สามารถเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ให้ลองดำเนินตามขั้นตอนที่ 5 ดังข้างล่างนี้ นะครับ;

    (อาจลองทำตามขั้นตอนที่ 5 อีกครั้ง)

    ขั้นตอนที่ 5 รัน Windows update 

    1.กดปุ่ม Start

    2.พิมพ์ศัพท์ว่า Windows Update

    3.กดที่หัวข้อ Windows update ที่ได้เเสดงขึ้นมา

    4.เลือกกด Check for updates

    5.เลือกอัพเดทหัวข้อ(จำนวน อาจมี 1 หรือมากกว่า)Important update is available/Important updates are available  เเละ (จำนวน อาจมี 1 หรือมากกว่า)optional update is available/optional updates are available(คุณสามรถเลือกอัพเดทเลย หรืออัพเดทที่หลังก็ได้สำหรับหัวข้อ Optional update

    6.เสร็จการอัพเดทเเล้วให้ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อีกครั้ง เเล้วให้สังเกตว่าปัญหาดังกล่าว สามารถเเก้ไขได้ไหม

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าว ยังไม่ถูกแก้ไขได้อีก ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 6 ดังต่อไปนี้ นะครับ

    ขั้นตอนที่ 6

    1. กดปุ่ม Start
    2. ที่ช่อง Start search พิมพ์ msconfig แล้วคลิ๊ก OK
    3. หน้าต่าง System Configuration จะเปิดขึ้นมา,โดยที่แถบ General, เลือก Selective Startup
    4. ติ๊กถูกที่ช่อง Load System Services เท่านั้น
    5. ติ๊กถูกที่ช่อง Load startup items แล้วติ๊กออกอีกครั้งเพื่อเคลียร์
    6. สังเกตที่ช่อง Use original boot configuration จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งเป็นภาวะปกติ
    7. เลือกแถบ Services
    8. ติ๊กถูกที่ช่อง Hide All Microsoft Services
    9. คลิ๊ก Disable All แล้วคลิ๊ก OK
    10. ทำการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์

    หลังจากนั้น ให้ค่อยๆ ไล่ตรวจสอลที่ละโปรแกรมจากเทิดปาร์ตี้ว่า โปรแกรมตัวไหนเป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าว นะครับ

    (ภาษาไทย)

    (เมื่อคุณได้ทำตามขั้นตอน clean boot อย่างที่ได้แนะนำไป จะส่งผลให้โปรแกรมจากเทิดปาร์ตี้ต่างๆ จะหยุดการทำงานชั่วคราว เพื่อกลับไปสู่สถานะเดิมให้ คลิ๊กปุ่ม Start->msconfig->Normal Startup->Apply->Ok->Restart)

    (ภาษาอังกฤษ)

    (* The step above will temporarily disable the third party services, to revert the action, click Start >msconfig>NormalStartup>Apply >OK>Restart )

    (ข้อควรระวังในการทำ Clean boot)

    ไม่ควรทำการ Clean boot หากคุณใช้วิธีการ Log in เข้าวินโดวส์ด้วยกับโปรแกรมใดๆ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือ จากรูปถ่ายหรือวิธีอื่นที่ไม่ใช่การ Log in โดยการพิมพ์รหัสที่เป็นมาตรฐานของวินโดวส์ เนื่องจากการทำ Clean boot จะปิดการทำงานดังกล่าว และท่านจะไม่สามารถเข้าสู่วินโดวส์ได้

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวยังไม่ถูกแก้ไขได้อีก ให้ลองทำขั้นตอน System Restore เพื่อย้อนกลับไปวันเวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 7 ของคุณ ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ นะครับ;

    ขั้นตอนที่ 7 (ให้ back up ข้อมูลที่สำคัญๆ ไว้ก่อนที่จะดำเนินตามขั้นตอนนี้ นะครับ เพื่อกันข้อมูลหาย)

    1.กดปุ่ม Start เเล้วพิมพ์ศัพท์ว่า System restore ที่กล่อง Search programs and files

    2.คลิ๊กขวา ที่หัวข้อ System Restore ที่ได้โชว์ขึ้นมาเเล้ว คลิ๊กขวาเเล้วเลือก Run as administrator

    3.เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง System Restore ให้กดปุ่ม Next

    4.เลือกช่วงเวลา(restore point)ก่อน ที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น กดปุ่ม Next

    5.ที่หน้าต่างของหัวข้อ Confirm your restore point คลิ๊ก Finish

    6.เเล้วลองดำเนินการดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ เหล่านั้นอีกครั้ง นะครับ

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่จะดำเนินตามขั้นตอนต่างๆ ที่ได้เเนะนำไป ทางทีมงานของเราขอเเนะนำให้ ทำการ back up ข้อมูลต่างๆ จากไดร์ฟ D หรือ ไดร์ฟอื่นๆ ที่คุณ อาจเก็บข้อมูลสำคัญๆ อยู่ เเละยังไม่ได้ทำการ back up ข้อมูลเหล่านั้น นะครับ โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ นะครับ;

    **(ในกรณีหากสามารถดำเนินการขั้นตอน เพื่อ back up ข้อมูล ใน Normal Mode)**

    1. กดปุ่ม Start
    2. พิมพ์ศัพท์ว่า cmd.exe
    3. คลิ๊กขวา แล้วเลือก Run as administrator
    4. เมื่อเข้าหน้าต่าง Command Prompt เเล้ว ให้ พิมพ์ศัพท์ ว่า notepad
    5. กดปุ่ม Enter

    6.ให้คลิ๊กที่เเถบ File เลือกกดที่ Open

    7. หลังจากนั้น คุณจะสามารถสังเกตว่า ระบบจะเเสดงไดร์ฟ ต่างๆ ขึ้นมา

    1. เลือกกดที่ All files เพื่อให้ระบบเเสดงข้อมูลต่างๆ ทั้งหมด
    2. เสียบ external USB Hard disk, USB Flash Drive, USB Thumb Drive ฯลฯ เพื่อโอนย้ายข้อมูล ไฟล์ เอกสาร สำคัญๆ ต่างๆ อย่างที่คุณต้องการ นะครับ

    **(ถ้าหากต้องการ back up เเละ ไม่สามารถเปิดใช้งานใน Normal Mode ไม่ได้**

    1.กดปุ่ม Power เพื่อ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

    2.กดปุ่ม F8 ยํ้าๆ

    3.มีเข้าสู่หน้าต่าง Advanced Boot Options เเล้วให้เลือก Safe Mode with Networking

    4.กดปุ่ม Start

    1. พิมพ์ศัพท์ว่า cmd.exe
    2. คลิ๊กขวา แล้วเลือก Run as administrator
    3. เลือกกดที่ Command Prompt
    4. เมื่อเข้าหน้าต่าง Command Prompt เเล้ว ให้ พิมพ์ศัพท์ ว่า notepad
    5. กดปุ่ม Enter

    10.ให้คลิ๊กที่เเถบ File เลือกกดที่ Open

    1. หลังจากนั้น คุณจะสามารถสังเกตว่า ระบบจะเเสดงไดร์ฟ ต่างๆ ขึ้นมา
    2. เลือกกดที่ All files เพื่อให้ระบบเเสดงข้อมูลต่างๆ ทั้งหมด
    3. เสียบ external USB Hard disk, USB Flash Drive, USB Thumb Drive ฯลฯ เพื่อโอนย้ายข้อมูล ไฟล์ เอกสาร สำคัญๆ ต่างๆ อย่างที่คุณต้องการ นะครับ

    ถ้าหากคุณได้ทำตามขั้นตอนต่างๆ ที่ได้เเนะนำไปเเต่ ปัญหาดังกล่าวยังไม่สามารถเเก้ไขได้ คุณอาจต้องตรวจสอบว่า อุปกรณ์ต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อย่างเช่น memory, Hard disk, Motherboard, Power Supply พัดลม ฯลฯ ยังอยู่ในสถานะที่สามารถใช้งานต่อไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไหม นะครับ

    ได้ไม่ได้ผลอย่างไร ทางทีมงานของเราจะรอฟีดเเบ็คจากทางคุณอีกครั้ง นะครับ

    ขอบคุณครับ

    จากทีมงานไมโครซอฟท์

    คำตอบนี้มีประโยชน์หรือไม่

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น